ไขข้อสงสัยเหตุใดต้องนั่งเรือไปลอยอังคารที่แม่น้ำมาตั้งแต่โบราณ

ไขข้อสงสัยเหตุใดต้องนั่งเรือไปลอยอังคารที่แม่น้ำมาตั้งแต่โบราณ

คนไทยโบราณมีความเชื่อเรื่องของการลอยอังคารมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล สืบเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยได้รับคติความเชื่อมาจากศาสนาฮินดู ที่เชื่อว่าร่างกายของคนเราคือการหลอมรวมกันของธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ เมื่อสิ้นชีวิตไร้ร่างกายก็เปรียบเสมือนกับการได้หวนกลับคืนสู่ธรรมชาติ การนั่งเรือลอยอังคารเพื่อนำเถ้ากระดูกของผู้วายชนม์คืนสู่สายน้ำนั้นก็มีขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่าคนคนนั้นจะได้เดินทางไปสู่สัมปรายภพด้วยความชุ่มฉ่ำเฉกเช่นความเย็น และความชุ่มชื้นของสายน้ำนั่นเอง

เหตุใดต้องนั่งเรือไปลอยอังคารที่แม่น้ำ

ตามคติความเชื่อของคนไทยโบราณเชื่อกันว่าการนั่งเรือลอยอังคารในแม่น้ำจะทำให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นมีความร่มเย็นเป็นสุขเสมอเหมือนกับความชุ่มฉ่ำเย็นของสายน้ำ ความเชื่อนี้มาจากประเพณีของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในประเทศอินเดียที่มีการเผาศพ แล้วนำเถ้ากระดูก หรือที่เราเรียกว่า “อังคาร” ไปลอยในแม่น้ำคงคาที่ชาวอินเดียทุกคนเชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งสรวงสวรรค์ การได้เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำคงคาก็เปรียบได้ว่าคนคนนั้นได้เข้าถึงสรวงสวรรค์ การหมดบาป และการได้เกิดใหม่ในโลกหน้าที่ดีกว่าเดิม สำหรับในประเทศไทยนั้นประเพณีลอยอังคารเป็นการปฏิบัติของเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น และมีการปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ก่อนที่จะเริ่มนิยมปฏิบัติแพร่หลายกันมากขึ้นในหมู่พระญาติ ชนชั้นสูง ข้าราชการ พ่อค้า และคนทั่วไป

เหตุผลที่ต้องนั่งเรือลอยอังคารก็เพราะว่าเมื่อประเพณีการลอยอังคารเริ่มได้รับความนิยม และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมากขึ้น ผู้คนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำจำเป็นต้องใช้เรือเป็นพาหนะนำเถ้ากระดูกสู่สายน้ำ การเช่าเรือลอยอังคารจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการกระทำพิธีกรรมนี้นั่นเอง การใช้เรือลอยอังคารก็ต้องมีการจองกันล่วงหน้า เพราะไม่ใช่แค่มีเรือแล้วก็ลอยอังคารได้เลย แต่ต้องมีการทำพิธีการทางศาสนาก่อน ถึงจะทำการลอยอังคารได้

ข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องนั่งเรือลอยอังคาร

1.เตรียมพร้อมทางด้านร่างกาย ถ้าเป็นคนที่เมาเรือ ต้องรับประทานยาแก้เมาเรือมาก่อนขึ้นเรือ และพยายามไม่มองตามขณะที่เรือแล่น เพราะจะทำให้เกิดอาการวิงเวียน หรือตาลายได้

2.เตรียมพร้อมด้านพิธีการ การลอยอังคารมีขั้นตอนของพิธีหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นพิธีการไหว้แม่ย่านางเรือ พิธีขอขมาพระแม่คงคา พระแม่ธรณี พิธีเคารพอัฐิและอังคาร พิธีซื้อที่ให้ผู้วายชนม์กับพระแม่คงคา พิธีขออนุญาตนำอัฐิลอยอังคาร และพิธีลอยอังคาร ดังนั้น ก่อนจะขึ้นเรือจะต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องของพิธีการในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่จำเป็นในการประกอบพิธี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ให้บริการเรือลอยอังคารจะเป็นผู้เตรียมให้ ยกเว้นสิ่งต่อไปนี้ที่จะต้องเตรียมไปเอง ได้แก่ อัฐิที่ต้องการลอยห่อผ้าขาว และเหรียญประมาณ 50 เหรียญ หรือมากกว่านั้นตามความเหมาะสม

3.ตรวจสอบเรือที่นำมาใช้ในพิธี โดยเรือที่ดีนั้นต้องมีการตรวจสอบคุณภาพเรือให้ตรงตามมาตรฐานจากกรมเจ้าท่าทุกปี มีการทำประกันคุ้มครองแก่ผู้โดยสารทุกคน มีเสื้อชูชีพให้บริการ มีการดูแลด้านความสะอาด การฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง รวมไปถึงมีการซ่อมแซมปรับปรุงเรือให้ดูใหม่อยู่เสมอ

ความเชื่อเรื่องของการลอยอังคารจะยังคงอยู่คู่กับคนไทยไปอีกแสนนาน และการนั่งเรือลอยอังคารก็ถือเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติหลังเสร็จสิ้นการฌาปนกิจเพื่อเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าดวงวิญญาณของผู้ที่รักนั้นจะถูกส่งไปยังสัมปรายภพด้วยความสุขที่แท้จริงนั่นเอง

คติธรรมบนเรือลอยอังคาร เมื่อคนตายสบายแล้ว คนที่ยังอยู่ควรทำอะไรต่อ

คติธรรมบนเรือลอยอังคาร เมื่อคนตายสบายแล้ว คนที่ยังอยู่ควรทำอะไรต่อ

คนเราทุกคนมีความแก่ ความเจ็บ และความตายเป็นของธรรมดา สำหรับผู้ตายเมื่อถึงวันที่ญาติพี่น้องนำเถ้ากระดูกขึ้นเรือลอยอังคารแล้วก็คงไม่ต้องรู้สึกถึงความทุกข์อีกต่อไป โจทย์สำคัญสำหรับจิตใจจึงอยู่ที่คนมีชีวิตอยู่ที่ยังอยู่ข้างหลังนั่นเอง เมื่องานศพและพิธีลอยอังคารมาเยือนคนใกล้ชิดของเรา สิ่งที่เราควรทำเมื่อเข้าร่วมพิธีฟังสวดพระอภิธรรมศพและพิธีลอยอังคารก็คือการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของชีวิตไว้เตือนใจตนเอง

เข้าใจในความไม่แน่นอนของชีวิต ด้วยคติธรรมวันลอยอังคาร

การลอยอังคารเป็นโอกาสสุดท้ายที่ครอบครัวจะได้ส่งผู้ตายไปยังสถานที่ที่สงบสุข เมื่อเรือลอยอังคารแล่นเข้าสู่น่านน้ำในบริเวณที่ต้องการแล้วทำการลอยอังคารเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สมาชิกในครอบครัวของผู้ตายสามารถนำกลับไปกับตัวได้ก็คือคติธรรมเกี่ยวกับชีวิต เพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นปกติสุข

1.ปล่อยวางกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

การปล่อยลุ้งลงสู่ผิวน้ำจนห่างออกจากเรือลอยอังคารแล้ว ก็ให้ปล่อยวางถึงการจากไปของผู้ตายด้วยใจที่สงบ แม้จะมีเรื่องราวในอดีตต่อกันอย่างไรก็ให้ขอบคุณและขอโทษสำหรับความทรงจำที่ผ่านมา ไม่ยึดถือเก็บไปเป็นอคติในใจอีกต่อไป เพราะเมื่อวางเรื่องราวในอดีตออกไป ใจเราก็จะเบา ไม่มีอะไรต้องคิดให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อบุคคลหนึ่งที่จากไปแล้ว

2.ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน

เพราะชีวิตคนเรามีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงไม่สามารถยึดถืออะไรเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไปได้ ความตายก็เป็นสิ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมาเยือนเมื่อไร บางคนเมื่อความตายมาเยือนในขณะที่อายุยังน้อยก็อาจสร้างความเสียใจได้มากกว่าผู้ที่ตายเพราะความแก่ชรา แต่นี่เองที่เป็นความไม่แน่นอนของชีวิตที่เราทุกคนต้องยอมรับ

3.ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท

หากยังรู้สึกติดค้างอะไรอยู่กับผู้ตาย เช่น สัญญาต่าง ๆ สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือการใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทต่อไป บนเรือลอยอังคารยังต้องมีเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย คนเราก็ต้องตั้งใจใช้ชีวิตโดยมีสติเป็นเสื้อชูชีพบนเรือแห่งชีวิตด้วย ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทเพื่อสร้างความสบายใจให้กับตนเองและผู้อื่น

4.ความดีมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง

ร่างกายของคนเราเมื่อตายไปก็สลายไม่คงเหลือเค้าโครงเดิม อีกทั้งทรัพย์สินยังไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้เลย สิ่งที่จะยังคงอยู่จึงมีเพียงแค่คุณงามความดีที่ทำไว้เท่านั้น ความดีและความมีเมตตาของคนเราจะอยู่ในความทรงจำของคนที่อยู่ข้างหลัง หากคนข้างหลังร่วมใจกันจัดหาเรือลอยอังคารมาเพื่อส่งผู้ตาย แสดงให้เห็นว่ายามมีชีวิตอยู่ได้ทำสิ่งที่มีคุณค่าเอาไว้แล้ว

5.ธรรมชาติเป็นสิ่งสวยงาม เมื่อได้มาก็ต้องคืนไป

แม้ว่าจะไม่เชื่อเรื่องศาสนาหรือการเวียนว่ายตายเกิด แต่อย่างน้อยที่สุดคนเราต้องได้สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัว คนเราทุกคนก่อกำเนิดมาจากธรรมชาติ หยิบยืมพลังงานต่าง ๆ มาใช้ในการดำรงชีวิต เมื่อถึงเวลาก็จะต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติดังเดิม เป็นวิถีที่สวยงามที่สุดแล้วตามธรรมชาติของโลกใบนี้

เรือลอยอังคารส่งผู้ตายไปสู่จุดหมายแล้ว คนที่ยังอยู่ก็จงปักจุดมุ่งหมายของชีวิตไว้ในใจ มีสติกำกับไว้ไม่ให้ประมาทในเรื่องต่าง ๆ ยึดถือความดีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิต เมื่อถึงวันที่อังคารของตัวเองถูกลอยบ้างก็จะได้ชื่อว่าได้ชีวิตอย่างเต็มที่แล้วนั่นเอง

สถานที่จอดเรือลอยอังคาร หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ควรเลือกอย่างดี

สถานที่จอดเรือลอยอังคาร หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ควรเลือกอย่างดี

ชีวิตของคนไทยเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย จึงมีการประดิษฐ์และสร้างสรรค์พิธีกรรมต่าง ๆ ให้สวยงาม เหมาะแก่การเป็นที่จดจำในแต่ละช่วงชีวิต พิธีลอยอังคารก็เช่นกัน นอกจากการเลือกใช้บริการเรือลอยอังคารและการตระเตรียมสิ่งของต่าง ๆ แล้ว ยังต้องเลือกสถานที่ลอยอังคารที่เหมาะสมอีกด้วย ซึ่งแต่ละครอบครัวที่ต้องการทำพิธีลอยอังคารให้กับผู้ตายก็มีหลักเกณฑ์ในการเลือกสถานที่แตกต่างกันไป

การเลือกสถานที่ลอยอังคารตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ

การพิจารณาเลือกสถานที่ลอยอังคารไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเกินไป เพียงยึดตามความสะดวกของครอบครัวเป็นหลัก เลือกบริการเรือลอยอังคารที่ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกครอบครัวได้ โดยมีเกณฑ์ที่ช่วยให้การเลือกสถานที่ทำได้ง่ายขึ้นดังนี้

1.ระยะทางในการเดินทาง

ถึงแม้สถานที่ลอยอังคารจะสวยงามน่าจัดพิธีมากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่อยู่ไกลจนเกินไป อาจเป็นภาระทางค่าจ่ายเพิ่มขึ้นก็ได้ หากเป็นการลอยอังคารในแม่น้ำขนาดใหญ่หรือทะเล ควรฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของเรือลอยอังคารในการเลือกสถานที่ต่าง ๆ ที่ปลอดภัยต่อการเดินทาง ไม่ไกลจากฝั่งมากเกินไป

2.คุณภาพและความน่าเชื่อของบริการเรือลอยอังคาร

บริการเรือลอยอังคารมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าทางครอบครัวผู้ตายสะดวกแบบใด แต่ถ้าจะให้ดีสถานที่ที่มีเรือลอยอังคารไว้บริการนั้นควรเป็นสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือ เรือขึ้นทะเบียนถูกต้อง พนักงานผู้ขับเรือมีใบรับรองต่าง ๆ ตามกฎระเบียบของกรมเจ้าท่าอย่างครบถ้วน มีเสื้อชูชีพที่ได้มาตรฐานไว้บริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคน

3.ความเชื่อที่ยึดถือร่วมกัน

สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกสถานที่ลอยอังคารคือความเชื่อที่คนในครอบครัวยึดถือร่วมกัน เลือกสถานที่ที่ทุกคนสบายใจที่จะส่งผู้ตายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่เป็นบ้านเกิด สถานที่ที่สอดคล้องกับความเชื่อทางศาสนา หรือสถานที่ที่มีความสวยงาม เหมาะแก่การเป็นที่อยู่ของอังคารผู้ตาย

แนะนำสถานที่ลอยอังคาร ได้ภาพสวยวิวดีต่อใจ

สำหรับสถานที่ลอยอังคารที่น่าสนใจ คงหนีไม่พ้นวัดที่มีบรรยากาศสงบ ร่มเย็น และยังมีความสวยงามให้ได้ชื่นตาชื่นใจอีกด้วย จะมีวัดอะไรที่น่าสนใจสำหรับการลอยอังคารบ้างนั้น ลองเลือกดูตามสถานที่เหล่านี้ได้เลย

1.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเทพมหานครแล้ว วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการลอยอังคารด้วย โดยเรือลอยอังคารจะจอดอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่สามารถมองเห็นวิวพระปรางค์อย่างชัดเจน

2.วัดแดงธรรมชาติ

วัดแดงธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีจุดเด่นสำคัญคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวปางนาคปรกที่ตั้งประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำ เหมาะกับการลอยอังคารหน้าองค์พระที่สวยงาม มองเห็นได้อย่างชัดเจน

3.วัดกู้ ปากเกร็ด

อีกหนึ่งวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือวัดกู้ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จุดเด่นคือวิวศาลาสีขาวสวยงาม ซึ่งเป็นศาลสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเคยเป็นสถานที่พักพระศพชั่วคราว จึงเป็นที่มาของชื่อวัดกู้นั่นเอง

เรือลอยอังคารจะช่วยให้ครอบครัวส่งอังคารของผู้ตาย ณ จุดที่เหมาะสม มีความสวยงาม ร่มเย็น เป็นการจากลาครั้งสุดท้ายที่อยู่ในความทรงจำของสมาชิกทุกคนอย่างยาวนาน สถานที่ที่จะลอยอังคารจึงมีความสำคัญต่อการส่งกันครั้งสุดท้ายนั่นเอง

สิ่งของที่ใช้ในพิธีบนเรือลอยอังคาร มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมให้พร้อม

สิ่งของที่ใช้ในพิธีบนเรือลอยอังคาร มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมให้พร้อม

พิธีกรรมหรือประเพณีต่าง ๆ ตามความเชื่อทางศาสนาของคนไทยมักมีขั้นตอนและสิ่งของมากมาย รวมถึงพิธีกรรมส่งผู้ตายครั้งสุดท้ายอย่างการลอยอังคาร ที่ต้องอาศัยพิธีกรในการดำเนินกิจกรรมตามลำดับขั้นตอนต่าง ๆ ไปจนถึงการเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับพิธีด้วย หลายคนอาจมองว่ายุ่งยาก แต่ในปัจจุบันบริการเรือลอยอังคารสามารถจัดเตรียมสิ่งของและลำดับพิธีการให้ผู้ใช้บริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็วแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้บริการควรรู้มีเพียงแค่การรู้จักสิ่งต่าง ๆ ว่าอะไรคืออะไรเท่านั้น

ขั้นตอนสำคัญของพิธีลอยอังคาร และสิ่งของในแต่ละขั้นตอน

พิธีลอยอังคารมีทั้งแบบพิธีเต็มที่มีลำดับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามขั้นตอน และพิธีแบบเรียบง่ายที่รวบรัดให้เหลือเพียงกิจกรรมสำคัญ ๆ บนเรือลอยอังคาร เช่น การไหว้อังคารและเข้าสู่การลอยอังคารก็เป็นอันจบพิธี สำหรับผู้ที่ต้องการให้มีพิธีการลอยอังคารแบบเต็มนั้นมีขั้นตอนที่ควรรู้ ดังนี้

1.การไหว้แม่ย่านางเรือ

แม่ย่านางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยรักษาพาหนะต่าง ๆ การใช้เรือลอยอังคารจึงต้องไหว้แม่ย่านางที่อยู่ประจำเรือเพื่อบอกกล่าวให้ทราบและให้ช่วยคุ้มครอง เชื่อกันว่าแม่ย่านางสิงสถิตอยู่ที่หัวเรือหรือโขนเรือ สิ่งของที่ใช้ไหว้มีพานที่ใส่ดอกไม้สด ธูป และเทียนเพื่อไหว้บูชา เมื่อไหว้เสร็จแล้วดอกไม้ ธูป และเทียนจะถูกมัดด้วยเชือกที่หัวเรือ

2.การไหว้อังคาร

ขั้นตอนต่อมาเป็นการไหว้อังคารด้วยเครื่องไหว้ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำก่อนหรือหลังขึ้นเรือก็ได้ สิ่งของสำคัญสำหรับการไหว้อังคารคือลุ้งบรรจุอังคารนั่นเอง ลุ้งคือห่อผ้าขาวที่บรรจุอังคารของผู้ตายไว้ หรืออาจเป็นรูปแบบโถดินเผาแล้วจึงห่อด้วยผ้าขาวอีกที สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีธูป เทียน น้ำอบไทย กลีบดอกไม้ ผ้าขาว สายสิญจน์ และพวงมาลัย

3.การไหว้เจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดร

การไหว้เจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดรก็คือการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองน่านน้ำที่เราไปทำพิธีลอยอังคารนั่นเอง สิ่งของที่ใช้จะมีเงินเหรียญเพื่อโยนลงไป เป็นความเชื่อเรื่องการซื้อที่ให้กับอังคารของผู้ตาย นอกจากนี้ยังมีกระทงดอกไม้เจ็ดสี และสายสิญจน์สำหรับทำสาแหรกเพื่อค่อย ๆ หย่อนกระทงจากเรือลอยอังคารลงไปยังผิวน้ำหากไม่สามารถเอามือวางกระทงเองได้ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนลอยอังคาร โดยการยืนไว้อาลัยตามเวลาอันสมควร แล้วค่อย ๆ ลอยลุ้งลงไปบนผิวน้ำ แล้วปล่อยให้ลุ้งไหลไปตามกระแสน้ำอย่างที่ควรจะเป็น แล้วปล่อยวางจิตใจให้สงบ

นอกจากการวางแผนเตรียมการ และเตรียมสิ่งของสำหรับพิธีลอยอังคารแล้ว ผู้ใช้บริการเรือลอยอังคารควรเตรียมสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งไปกับตัวเองด้วย นั่นก็คือการเตรียมใจเพื่อส่งให้คนที่รักไปสู่ภพภูมิที่ดี เมื่อไปส่งอย่างดีในสถานที่ที่สวยงามแล้วก็ถึงเวลาปล่อยวางและใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุดต่อไป

ไขความจริงในพิธีลอยอังคาร เถ้ากระดูกคนตายเป็นมลพิษต่อน้ำหรือไม่

ไขความจริงในพิธีลอยอังคาร เถ้ากระดูกคนตายเป็นมลพิษต่อน้ำหรือไม่

ปัจจุบันเมื่อมีได้ทำการฌาปนกิจผู้ตายแล้ว หลายคนมักจะนิยมนำเถ้ากระดูกไปล่องเรือลอยอังคารแล้วลอยสู่แม่น้ำ โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยดวงวิญญาณให้จากไปอย่างสงบสุข หมดห่วง ไปสู่สรวงสวรรค์และร่มเย็นดุจดั่งสายน้ำ และยังมีความเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง เมื่อสิ่งสุดท้ายที่ได้กระทำก่อนปล่อยดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติเป็นเช่นไร ก็จะทำให้เกิดใหม่เป็นไปตามสภาพนั้น อย่างการลอยอังคารสู่แม่น้ำ การเกิดใหม่ในโลกหน้าจะมีร่างกายที่สมบูรณ์ ชีวิตมีความสุข ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อ  ร้อนใจ

เถ้ากระดูกหรือ อัฐิ มีสารอันตรายหรือไม่

การล่องเรือลอยอังคารแล้วลอยอัฐิผู้ล่วงลับในแม่น้ำ ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดและมองว่าเถ้าถ่านของกระดูกนั้นมีสารอันตรายและอาจจะทำให้แม่น้ำนั้นไม่สะอาด แต่ความเป็นจริงแล้วเถ้ากระดูกไม่ได้มีสารปนเปื้อนที่อันตรายแต่อย่างใด แม้ในขณะที่ผู้ล่วงลับนั้นมีชีวิตอยู่ แล้วเคยมีโรคประจำตัว ต้องทานยาเป็นประจำ หรือเสพของมึนเมาบ่อยแค่ไหนก็ตาม

แต่เมื่อเสียชีวิตลง และร่างถูกเผาจนเหลือกระดูกแล้ว ก็เป็นเพียงเถ้าถ่านธรรมดาเท่านั้นที่เมื่อปล่อยทิ้งบนดินก็สลายกลายเป็นอากาศ ฝังลงในดินก็กลายเป็นปุ๋ย และต่อให้ลอยลงสู่แม่น้ำก็ถูกกลืนสลายหายไป

การ “ลอยอังคาร” ควรลอยในแม่น้ำใหญ่

จริงอยู่ที่ว่าเถ้าถ่านกระดูกผู้ตายไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตต่อผู้ใด แต่เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่อยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ต่างคนต่างความคิด หลายคนที่ใช้ชีวิตมีบ้านเรือนติดอยู่กับแม่น้ำ จะต้องมีการใช้น้ำอุปโภคและบริโภค การล่องเรือลอยอังคารอัฐิผู้ล่วงลับ จึงควรกระทำในสถานที่ที่เป็นแม่น้ำใหญ่ อยู่ห่างไกลชุมชน เป็นสายน้ำไหลผ่าน ไม่ใช่น้ำนิ่งจะดูเหมาะสมกว่า

และชาวบ้านหลายคนที่มีความเชื่อเรื่องผีสาง ก็มักจะถือเรื่องเถ้ากระดูกคนตายเป็นเรื่องต้องห้าม ไม่เป็นมงคลต่อการใช้ชีวิต หากจะต้องใช้น้ำที่มีคนมาลอยอังคารผู้ล่วงลับ อาจจะเกิดความไม่สบายใจ และทำให้สุขภาพจิตเสียได้

สรุปแล้วเถ้ากระดูกไม่ได้เป็นอันตรายและมีสารเคมีเจือปน เพราะไม่อย่างนั้นคงมีกฎหมายออกมาห้ามไม่ให้ทำพิธีกรรมลอยอังคารตั้งแต่แรกแล้ว แต่หากอยากส่งจิตสุดท้ายให้กับคนที่เรารักจริง ๆ ควรจะเลือกสถานที่ล่องเรือลอยอังคารที่ห่างไกลชุมชน และเป็นแม่น้ำใหญ่จะดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสภาพจิตใจของชาวบ้านใกล้เคียงและเพื่อความสบายใจของญาติผู้ล่วงลับเองด้วย

ความเชื่อ “พิธีลอยอังคาร” ทำแล้วช่วยให้ดวงวิญญาณไปสู่ดินแดนอันสงบสุข

ความเชื่อ “พิธีลอยอังคาร” ทำแล้วช่วยให้ดวงวิญญาณไปสู่ดินแดนอันสงบสุข

แม้ไม่มีข้อพิสูจน์แน่ชัดว่าคนที่ตายแล้วดวงวิญญาณจะไปอยู่ที่ไหน บ้างก็ว่าหากทำดีก็ได้ขึ้นสวรรค์ แต่หากทำชั่วก็จะตกนรกชดใช้กรรม แต่ไม่ว่าจะเมื่อยังมีชีวิตอยู่จะทำกรรมดีมามากน้อยแค่ไหน ญาติผู้ล่วงลับก็ประสงค์ที่จะทำพิธีกรรมอย่างเช่นการล่องเรือลอยอังคาร เพื่อส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับให้ไปสู่ในที่สงบ และเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี แม้จะอยู่ในภพใดก็ปรารถนาให้มีชีวิตใหม่ที่ดี จึงหมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เรื่อย ๆ หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว

“คืนสู่สายน้ำ” เพื่อการเกิดใหม่ที่ร่มเย็น

ถ้าจะให้พูดถึง “น้ำ” ก็มีความหมายกับทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตบนโลกใบนี้ ทั้งร่างกายของคนเราที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบในร่างกายมากถึง 70% และน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของต้นไม้และพืชต่าง ๆ ให้เติบโต

“น้ำ” ยังหมายถึงความเย็นใจ เบาใจ ราบรื่น และในทางฮวงจุ้ยเอง สายน้ำก็มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง ดังนั้น การล่องเรือลอยอังคารโปรยเถ้ากระดูกผู้ล่วงลับลงสู่แม่น้ำ จึงผสานความเชื่อความคิดในแง่บวกหลายอย่าง นอกจากจะให้ดวงวิญญาณสงบสุข ร่มเย็นในภพหน้า ดับความทุกข์ร้อนหมดสิ้นแล้วในชาตินี้ หากได้เกิดใหม่อีกครั้ง จะอุดมพร้อมไปด้วยร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และไม่ขัดสน มีทรัพย์สินเงินทองใช้

การเก็บอัฐิผู้ตายไว้ในบ้านไม่เป็นมงคล

ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อว่าการเก็บของที่พัง แตกหัก หมดอายุ รวมไปถึงเถ้ากระดูกคนที่ตายแล้วไว้ในบ้าน จะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีงามขึ้นในบ้านหลังนั้น ไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อน การทำอะไรติดขัด หรือการฝันร้ายบ่อย ๆ

ฝากดวงวิญญาณให้กับพระแม่คงคา

อีกหนึ่งความเชื่อที่สืบต่อกันมาคือ การล่องเรือลอยอังคารลอยอัฐิลงแม่น้ำ เป็นการฝากดวงวิญญาณผู้ล่วงลับให้พระแม่คงคา เทพผู้รักษาน้ำช่วยนำพาไปสู่สัมปรายภพ และเป็นการนำเถ้าถ่านของมนุษย์กลับคืนสู่ธรรมชาติตามความเชื่อของศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู เนื่องจากว่ามนุษย์นั้นเกิดมาจากธรรมชาติและถูกสร้างมาจากธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การล่องเรือลอยอังคารนี้ ก็เปรียบเสมือนการละวาง ปล่อยวาง ไม่ยึดติดในรูปลักษณ์สังขารที่ยังหลงเหลืออยู่ เมื่อสิ้นลมหายใจแล้วร่างกายจึงสูญสลาย เหลือเพียงเถ้าถ่านที่ไร้จิตวิญญาณเท่านั้น การระลึกถึงกันเก็บความทรงจำ และจดจำคุณงามความดีของผู้ที่ล่วงลับแล้วจึงเป็นเรื่องที่ดีของคนที่ยังอยู่มากกว่า

จุดเริ่มต้น “พิธีลอยอังคาร” แท้จริงแล้วมาจากศาสนาไหน

จุดเริ่มต้น “พิธีลอยอังคาร” แท้จริงแล้วมาจากศาสนาไหน

ในประเทศไทยมีผู้คนนับถือศาสนากันอย่างหลากหลาย อย่างเช่นศาสนาคริสต์, ศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเลย ซึ่งในทางศาสนาพุทธเมื่อมีคนตายจะใช้วิธีการเผาศพ เมื่อเก็บเถ้ากระดูกแล้วบ้างก็เก็บไว้บูชาบรรพบุรุษไว้ที่บ้านเป็นที่ระลึก บ้างก็เก็บอัฐิไว้ในโกศที่สร้างเจดีย์ไว้ แต่ปัจจุบันเราจะเห็นผู้คนล่องเรือลอยอังคารโปรยเถ้ากระดูกผู้ล่วงลับลงในแม่น้ำกันมากขึ้น และหากจะให้ย้อนประวัติศาสตร์ไทย ก็ไม่ได้มีข้อมูลพบว่าการลอยอัฐินี้เป็นข้อบังคับให้ต้องทำหลังเผาศพผู้ตาย แล้วการลอยอังคารนี้เริ่มต้นมาจากไหนกันแน่

ทำไมต้องเรียกเถ้ากระดูกว่า “อังคาร”

คำว่า “อังคาร” สำหรับภาษาไทยนั้น หมายถึงวันอังคาร วันที่ 3 ของสัปดาห์ จึงทำให้คนไทยหลายคนงุนงงสับสนว่าทำไมเถ้ากระดูกถึงต้องเรียกว่า “อังคาร” แต่ความจริงแล้ว เถ้าที่เกิดจากการเผาศพแล้วกลายเป็นก้อนถ่านนั้น เป็นคำในภาษาบาลี-สันสกฤต ที่อ่านว่า องฺคาร (อัง-คา-ระ) มีความหมายว่า “ถ่าน” ที่หมายความรวมถึงถ่านที่ทั้งติดไฟและไม่ติดไฟ และเป็นความหมายเดียวกันกับเถ้ากระดูก คำว่า “อังคาร” จึงแปลว่า เถ้าถ่านที่เกิดจากกระดูกที่ถูกเผาหมดสิ้นแล้วนั่นเอง

ที่มาของการล่องเรือลอยอังคาร มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน

ด้วยความที่วัฒนธรรมของคนไทยมักจะประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ผสมผสานมาจากศาสนาอื่นรวมอยู่ด้วย จึงมีข้อสันนิษฐานอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือ ที่มาของการล่องเรือลอยอังคารนี้ มาจากแนวความเชื่อของศาสนาฮินดู ประเทศอินเดีย ที่มีวัฒนธรรมการเผาศพผู้ตายบนเชิงตะกอน แล้วปล่อยให้ลอยบนแม่น้ำ เมื่อศพถูกเผาไหม้หมดแล้วเหลือแต่เถ้ากระดูกก็จะถูกกลืนลงในแม่น้ำโดยปริยาย เป็นทฤษฎีความเชื่อที่ว่าเป็นการล้างบาปให้กับดวงวิญญาณก่อนที่จะขึ้นสวรรค์

แต่อีกแนวความเชื่อหนึ่งก็คือ พิธีการล่องเรือลอยอังคารโปรยอัฐิผู้ล่วงลับนี้ มีมาตั้งแต่สมัยอดีตแล้ว โดยในสมัยก่อนพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คนยังเป็นป่า ไม่มีเมรุ เมื่อมีการเผาศพทำให้เถ้ากระดูกนั้นกองอยู่บนพื้นขาวโพลนทั่วไปหมด จนกลายเป็นภาพที่ไม่น่ามอง และยังถูกเหยียบไปมาจากคนและสัตว์ จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้มีการเก็บเถ้ากระดูกไว้ โดยส่วนหนึ่งนำไปบูชาไว้ที่บ้านและอีกส่วนหนึ่งที่เป็นผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ก็สร้างเจดีย์ไว้เก็บเถ้ากระดูก ส่วนชาวบ้านธรรมดาก็จะนำเถ้ากระดูกนั้นไปโปรยลงแม่น้ำ

หากมองภาพรวมแล้ว จุดเริ่มต้นของการล่องเรือลอยอังคารมีความเป็นไปได้ทั้งสองแนวคิด แต่ถ้าย้อนกลับมามองที่ปัจจุบันแล้ว การลอยอัฐิลงแม่น้ำ ถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและคืนทรัพยากรให้กับธรรมชาติ แต่พิธีกรรมนี้ก็ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของญาติผู้ล่วงลับด้วยเช่นกันว่าจะปฏิบัติหรือไม่ เพราะบางคนก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากแหล่งแม่น้ำใหญ่ และต้องการจะเก็บอัฐิไว้บูชาเองที่บ้าน

ไม่ใช่เพียงส่งดวงวิญญาณ “พิธีลอยอังคาร” มีคุณประโยชน์มากกว่าที่คิด

ไม่ใช่เพียงส่งดวงวิญญาณ “พิธีลอยอังคาร” มีคุณประโยชน์มากกว่าที่คิด

การเติบโตของเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างใหม่เพิ่มมากขึ้น หลายคนมองว่าอัตราการเสียชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้นสูงกว่าในอดีต แต่ลืมนึกไปว่าอัตราการเกิดใหม่ก็มีเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ไหนยังจะมีผู้คนบางกลุ่มที่ยังมีอายุยืนอีกด้วย การใช้ทรัพยากรของมนุษย์จึงยังคงไม่ลดลง และมีแต่จะเพิ่มสูงมากกว่าเดิมจากอดีต

“พิธีลอยอังคาร” ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

เมื่อมีการแย่งการใช้ทรัพยากรมากขึ้น วัฒนธรรมและพิธีกรรมหลังความตายอย่างการฝังศพตามประเพณีความเชื่อนั้น จึงส่งผลกระทบต่อการใช้พื้นที่นั่นเอง การล่องเรือลอยอังคารจึงเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกได้ เพราะการฝังศพ 1 ชีวิต มีระยะเวลานานหลายปีกว่าลูกหลานจะขุดกระดูกของบรรพบุรุษมาเก็บไว้ วัฒนธรรมการฝังศพผู้ล่วงลับในปัจจุบันตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนไป แม้แต่ในศาสนาคริสต์บางพื้นที่ยังปรับเปลี่ยนมาเผากันบ้างแล้ว

ปล่อยวาง ไม่ยึดมั่น ส่งผู้ล่วงลับสู่สันติสุข

นอกจากในเรื่องของการลดพื้นที่การเก็บอัฐิ หรือการฝังศพแล้ว การนำเถ้ากระดูกไปล่องเรือลอยอังคารทั้งหมด ไม่เก็บรักษาไว้ ไม่ได้แปลว่าคนที่ยังอยู่ต้องการตัดขาดหรืออยากลืมคนที่ล่วงลับไปแล้ว แต่เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในเรื่องของการ จองจำความคิด หรือการอาลัยอาวรณ์ การยึดติดกับสิ่งของที่ทำให้ไม่ปล่อยวาง

อย่างการยังเก็บอัฐิคนตายไว้ในบ้าน หากยังเห็นทุกวัน หลายคนก็ยังนึกถึงและเกิดความโศกเศร้าเสียใจ จนกลายเป็นตัดพ้อถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยกระทำไม่ดีต่อกันทั้งกาย วาจา ใจ แล้วย้อนกลับมาโทษตัวเอง จนเกิดความคิดลบ ๆ ส่งต่อให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านคนอื่นได้

แต่หากปล่อยวาง นำกระดูกไปล่องเรือลอยอังคารทั้งหมด ให้เหลือแต่ความทรงจำในใจ และส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่สุคติ ตามความเชื่อแล้วจะดีต่อทั้งสองฝ่าย เพราะถ้าหากฝ่ายคนที่ยังอยู่ยังทุกข์ใจ คิดถึง จะทำให้ดวงวิญญาณอยู่ไม่เป็นสุข ไปแล้วยังห่วงและเกิดความเศร้าหมองได้

ดังนั้น การนำอัฐิไปล่องเรือลอยอังคาร ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องสภาพจิตใจ การใช้ชีวิตของคนที่ยังอยู่ให้ปรกติสุขแล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย ทำให้เกิดพื้นที่ว่างในการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

พิธีลอยอังคารในต่างประเทศ แตกต่างจากบ้านเราแค่ไหน

พิธีลอยอังคารในต่างประเทศ แตกต่างจากบ้านเราแค่ไหน

หลายคนที่ได้ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ต่างประเทศ จะมีซีนนั่งเรือแล้วทำพิธีการโปรยเถ้ากระดูกลอยสู่แม่น้ำ หรือที่เรียกว่าการล่องเรือลอยอังคารเหมือนบ้านเรา เชื่อว่าทุกคนคงตั้งคำถามไว้ในใจและสงสัยว่าการประกอบพิธีกรรมนี้ มีความแตกต่างจากบ้านเราอย่างไรบ้าง

ต้องมีการสวดมนต์หรือไหว้แม่ย่านางหรือไม่

จากข้อมูลส่วนใหญ่แล้ว การทำพิธีไหว้แม่ย่านางเรือ และเจ้าแม่นที ท้าวสีทันดร เห็นจะมีแค่เพียงในประเทศไทยกันส่วนมาก นั่นเป็นเพราะความเชื่อตามภูมิภาคที่ไม่เหมือนกัน หากจะโยงว่าในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีก็มีศาสนาพุทธเช่นเดียวกับของไทย ฉะนั้นการล่องเรือลอยอังคารย่อมต้องมีการนำสวดมนต์และขั้นตอนต่าง ๆ เหมือนกัน

แต่ถึงแม้ว่าทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี จะนับถือศาสนาพุทธด้วยเหมือนกัน แต่ก็เป็นคนละนิกายซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความเชื่อ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ค่อนข้างต่างกันมาก จึงฟันธงไม่ได้เลยว่าทุกประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ จะต้องมีขั้นตอนการลอยอังคารที่เหมือนกัน

ทำไมที่ต่างประเทศถึงต้องมีการลอยอังคารผู้ล่วงลับ

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย คือประเทศสิงคโปร์ที่ปัจจุบันหันมานำอัฐิของคนในครอบครัวไปล่องเรือลอยอังคารกันมากขึ้น เพราะชาวสิงคโปร์ได้หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น อีกทั้งประเทศนี้ยังมีพื้นที่คับแคบ ทางรัฐบาลเองจึงสนับสนุนให้เปลี่ยนวิธีการฝังศพเป็นการเผาศพแทน แล้วนำอัฐินั้นไปลอยอังคารในแม่น้ำ

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีนั้น เป็นประเทศที่ไม่มีกฎหมายบังคับอยู่แล้วว่าจะต้องเอากระดูกไปเก็บไว้ที่สุสาน แต่ด้วยความเชื่อว่าเป็นลางไม่ดีต่อผู้อยู่อาศัยในบ้าน การเก็บเถ้ากระดูกคนตายไว้ที่บ้าน ก็ไม่นิยมเช่นเดียวกัน ซึ่งจากที่เห็นในละคร หากไม่นำไปล่องเรือลอยอังคารแล้ว ก็จะเผาไว้ก่อนแล้วนำมาเก็บไว้ที่บ้านก่อนจะเคลื่อนย้ายไปไว้ที่สุสานเสียมากกว่า

ลอยอังคารเหมือนกัน แต่ไม่มีพิธีเหมือนกัน

อย่างที่เกริ่นกันไปว่าคนญี่ปุ่นและเกาหลีจะไม่นิยมเก็บเถ้ากระดูกไว้ที่บ้าน เพราะส่วนใหญ่จะถือกันมาก ดังนั้นแม้จะนำไปล่องเรือลอยอังคารก็ตาม ในส่วนของพิธีกรรมการสวดบูชา การขอขมาต่าง ๆ นั้น จะไม่ได้มีขั้นตอนมากมายเหมือนของประเทศไทย ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีฐานะ จะพายเรือนำอัฐิไปลอยเอง แต่หากมีฐานะขึ้นมาหน่อย จะมีการโปรยดอกไม้ มีการยืนไว้อาลัย และมีประธานในพิธีเช่นเดียวกับของคนไทย

มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงพอจะเข้าใจความหมายของการล่องเรือลอยอังคารกันมากขึ้น ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงแล้ว คือการส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น หรือจะเป็นดินแดนสวรรค์ ซึ่งขั้นตอนในการประกอบพิธีนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่สิ่งสำคัญคือจิตใจที่มุ่งหมายให้ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับนั้นไปสู่สุคติมากกว่า

“พิธีลอยอังคาร” ส่งจิตสุดท้ายของคนที่เรารักสู่สัมปรายภพ

“พิธีลอยอังคาร” ส่งจิตสุดท้ายของคนที่เรารักสู่สัมปรายภพ

พิธีกรรมนี้เป็นความเชื่อที่เผยแพร่สืบต่อกันมานานแล้ว เหตุผลที่คนไทยหันมาส่งดวงวิญญาณด้วยการลอยอังคาร โดยอ้างอิงมาจากศาสนาฮินดูและผู้ที่นับถือศาสนานี้อาศัยอยู่ในประเทศไทย การล่องเรือลอยอังคารของผู้ตาย ตามทฤษฎีแนวความคิดคือ เชื่อว่าร่างกายของมนุษย์เรานั้นเกิดมาจากธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และเมื่อร่างกายสูญสลายไปจะต้องมีการชำระล้างบาปหรือสิ่งไม่ดีที่ได้เคยกระทำไว้ด้วยน้ำ ดังนั้นการโปรยเถ้ากระดูกลงน้ำ เป็นการชำระล้างสิ่งเก่า ๆ เพื่อเริ่มต้นใหม่ นั่นคือ การทำให้ดวงวิญญาณของผู้ตายนั้นไปเกิดใหม่หรือขึ้นสวรรค์

การลอยอังคาร ควรทำตอนไหนดีที่สุด

ถ้าเป็นเรื่องของการส่งจิตดวงวิญญาณด้วยใจ มนุษย์เราจะให้อธิษฐานให้แก่กันหรือปล่อยวางได้ทุกเมื่อ แต่สำหรับพิธีกรรมการล่องเรือลอยอังคารนี้ แม้ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน และสามารถเลือกเวลาหรือฤกษ์ยามที่สะดวกได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะนิยมประกอบพิธีกันในช่วงกลางวัน ประมาณเวลา 10.00 – 13.00 น. เพราะหลายท่านจะเลือกทำพิธีนี้หลังจากที่เก็บกระดูกผู้ตายในช่วงเช้าเสร็จแล้ว จึงเริ่มมาทำพิธีนี้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมและเสร็จพร้อมกันภายในวันเดียว

ทำไมถึงต้องไหว้แม่ย่านางและเจ้าแม่นที ท้าวสีทันดร

ตามธรรมเนียมของคนไทยที่สั่งสอนกันมา ไม่ว่าจะเข้าออกบ้านใคร หรือทำกิจธุระใดจะต้องมีการขออนุญาตก่อนทุกครั้ง การล่องเรือลอยอังคารทำพิธีส่งดวงวิญญาณคนตายด้วยก็เช่นกัน ตามความเชื่อของคนไทยจะเชื่อว่าเรือทุกลำจะเป็นแม่ย่านางคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ ฉะนั้นก่อนจะล่องเรือ จะต้องมีการขออนุญาตด้วยธูปเทียนดอกไม้ก่อนทุกครั้ง

ส่วนเจ้าแม่นที ท้าวสีทันดรนั้น เป็นชื่อเรียกแทนแม่น้ำใหญ่ ซึ่งแม่น้ำที่กว้างใหญ่นี้ย่อมต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกครองอยู่ การจะลอยหรือนำสิ่งต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำ จึงต้องมีการกล่าวบูชาและขออนุญาตด้วยเช่นกัน เพื่อเปิดทางพร้อมนำทางให้ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปสู่จุดหมายยังโลกหน้า หรือภพภูมิใหม่ที่ดีกว่าเดิม

การล่องเรือลอยอังคารส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ เป็นอีกพิธีกรรมหนึ่งที่สำคัญไปแล้วในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะส่งจิตสุดท้ายของผู้ตายไปสู่สุคติแล้ว ผู้ที่ยังอยู่ยังได้รู้สึกปลดปล่อย ปล่อยวาง เสมือนได้ส่งผู้ล่วงลับไปเกิดใหม่ ไม่มีทุกข์ ไม่มีห่วงในโลกเก่าอีกต่อไป